นามเกาะสีชัง
คำว่าสีชัง มีที่มาตามข้อสันนิษฐานต่างๆดังนี้
นิทานความเชื่อ
๑.เรื่องตาม่องลาย : เจ้าพ่อหอมสิงห์ไปขอหมั้นนางมัดตอง ลูกสาวตาม่องลาย ด้วยเงิน ๔ ชั่ง และเงิน ๔ ชั่ง นั้นกลายเป็นเกาะ เรียกว่าเกาะสี่ชั่ง ภายหลังเลือนเป็น สีชัง
๒.เรื่องตาหมื่น ยาวท้าว : เดิมบนเกาะนี้มีฤๅษีตนหนึ่งจำศีลอยู่ ต่อมามีชาวกรุงชื่อ ตาหมื่นกับยายท้าว เป็นชู้กัน จึงถูกคุกราชทัณฑ์ใส่แพลอยมาจากกรุงศรีอยุธยา แพมาติดที่เกาะนี้ คนทั้งสองจึงขึ้นมาอาศัยอยู่บนเกาะ ฤๅษีซึ่งไม่ชอบทางโลกีย์จึงออกไปจากเกาะ เหตุที่ฤๅษีชังการโลกีย์นี้เอง เกาะสีชังจึงได้ชื่อว่า “ฤๅษีชัง” ภายหลังคำว่า “ฤา” หายไปเหลือแต่ “ษีชัง” ต่อมา ษ กลายเป็น ส จึงเป็นสีชัง
๓. ตาสี กับ ยายชัง : แต่เดิมบนเกาะนี้ยังมีผัวเมียคู่หนึ่งชื่อ ตาสี กับ ยายชัง ตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่บนเกาะ เกาะจึงได้ชื่อตามผัวเมียคู่นี้ คือ เกาะสีชัง แต่ต่อมาดินฟ้าไม่อำนวย ผัวเมียคู่นี้จึงย้ายไปอยู่ที่ศรีราชา
คำศัพท์
๑.คำจีน : แต่เดิมเกาะนี้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า มีชาวจีน ๔ คน แล่นเรือจากประเทศจีนเข้ามา ทำมาหากินในประเทศไทย ครั้นมาถึงเกาะนี้ได้แวะพักอาศัย เห็นเป็นทำเลเหมาะแก่การเพาะปลูกก็เลยขึ้นทำการเพาะปลูกอยู่บนเกาะ ชาวจีนทั้ง ๔ คน ขนามนามเกาะนี้ว่าเป็น “ซีชั่น” ซึ่งแปลว่า สหาย ๔ คน คนไทยได้ยินคำว่า “ซีชั่น” ก็รู้สึกว่าพูดยากจึงออกเสียงเป็น “สีชัง”
๒.คำบาลี : สีชัง เลือนมาจากคำภาษาบาลีว่า “สีห์ชังฆ์” แปลว่า “แข้งสิงห์” เนื่องจากรูปของเกาะนี้ มองแต่ไกลคล้ายสิงห์หมอบ
๓.คำโบราณ : แต่เดิมนามเกาะสีชัง มีชื่อปรากฏในคำสรวลศรีปราชญ์(ผู้ประพันธ์คือ ศรีปราชญ์ซึ่งเกิดในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) บทหนึ่ง ซึ่งแต่งไว้ราวปี พ.ศ. ๒๒๓๕ เรียก เกาะสีชังว่า เกาะสระชงง เข้าใจว่าต่อมาการออกเสียงอาจเพี้ยนไปเป็นสีชัง
โครงบทที่ ๗๘
มุ่งเห็นละล่ายน้ำ ตาตก แม่ฮา
เกาะสระชงง( สระชัง )ชลธี โอบอ้อม
มลกกเห็นไผ่รยงรก( เรืองรก) เกาะไผ่ พู้นแม่
ขยว( เขียว)สระดื้อล้ำย้อม ยอดคราม
จากหลักฐานต่างๆแสดงว่าได้มีการเรียกชื่อเกาะสีชังว่า สระชัง กันมาแต่เดิมแล้ว อย่างน้อยก็คงก่อนปีพุทธศักราช ๒๒๓๕ หลังจากนั้นยังไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่า คำว่า สระชัง ได้เลือนมาเป็นสีชัง ตั้งแต่สมัยใด จากหลักฐานทางวรรณคดีเท่าที่พบปรากกฎว่าได้มีการใช้คำว่า สีชัง เมื่อประมาณ ปีพุทธศักราช ๒๓๗๐ อันเป็นปีที่ นายมี ศิษย์ของท่านสุนทรภู่ เดินทางไปเมืองถลาง และได้แต่งนิราศถลางไว้ ดังปรากฏในคำกลอนตอนหนึ่งว่า
เหลียวเห็นเกาะสีชังนั่งพินิจ
เฉลียวคิดถึงนุชที่สุดหวัง
ให้นึกกลัวน้องหญิงจะชิงชัง
ถ้าเป็นดังชื่อเกาะแล้วเคราะห์กรรม
หลังจากนั้นมาได้มีการใช้คำว่า สีชัง แพร่หลายขึ้น และคงจะไม่มีการเลือนไปเรียกอย่างอื่นอีกต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากได้มีการจดบันทึกชื่อของสถานที่แห่งนี้ลงในทำเนียบของทางราชการ
กลับ 