การเสด็จมาประทับรักษา ณ เกาะสีชังของพระราชวงศ์

        ในปีพ.ศ. ๒๔๓๑ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธทรงประชวร หมอเห็นว่าควรจะให้เสด็จมาประทับอยู่ในที่ซึ่งได้อากาศชายทะเล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯให้พระยาภาสกรวงษ์ (พร) จางวางมหาดเล็ก เชิญเสด็จมาประทับที่เกาะสีชัง อยู่ที่เรือนของหลวงซึ่งเป็นที่ฝรั่งเช่าอยู่ติดต่อกับเขตวัด เพราะขณะนั้นเกาะสีชังเป็นสถานที่ที่ชาวต่างประเทศที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร นิยมเดินทางไปรักษาตัวกันมาก ในเวลาใกล้เคียงกันนั้นเอง พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงประชวร จึงเสด็จพระราชดำเนินมาประทับรักษาพระองค์ที่เกาะสีชังด้วย โดยในตอนแรกจะเสด็จประทับอยู่ในเรือพระที่นั่ง เพราะเสด็จฯ มากะทันหันไม่ทันปลูกสร้างพลับพลาที่ประทับ แต่เรือประที่นั่งถูกคลื่นกระเทือนทำให้ทรงประชวรยิ่งขึ้น จึงเสด็จขึ้นประทับอยู่ ณ เรือนซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ประทับอยู่ก่อน ที่ประทับนั้นปลูกเต็นท์ใต้ต้นมะขาม ที่เขามอริมหาด จนพระอาการทุเลาลง ( ประทับอยู่ ๗ ราตรี) จึงเสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเลตะวันตกต่อไป ในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้หาที่สร้างพระอารามใหม่แทนวัดที่ปลายแหลม เนื่องจากเวลาเสด็จพระราชดำเนินผู้คนพลุกพล่านทำลายความสงบของสงฆ์ โดยได้ที่ใหม่ คือบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งพระเจดีย์อุโบสถวัดอัษฎางคนิมิตรในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระคลังข้างที่ให้สร้างเรือนขึ้น ๓ หลังบริเวณแหลมและใต้ลงมาบริเวณชายหาด เพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับผู้ป่วยไปพักฟื้นรักษาตัว เรียกว่า อาไศรย์สฐาน
        ในปี พ.ศ. ๒๔๓๒ เรือนทั้ง ๓ หลังจึงสร้างเสร็จ และ ได้พระราชทานนามเรือนทั้ง ๓ หลัง อันได้แก่ เรือนวัฒนา เรือนผ่องศรี และเรือนอภิรมย์ ตามพระนามพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระนางเจ้าเสาภาผ่องศรี พระวรราชเทวี และพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ พระอรรคชายาเธอ ซึ่งได้บริจาคทรัพย์จัดซื้อเครื่องตกแต่งสำหรับเรือนทั้ง ๓ หลังตามลำดับ

 


 

 

กลับ