เกาะสีชังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

        ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการพัฒนาด้านคมนาคมทางทะเล โดยมีการใช้เรือกลไฟสมัยใหม่ในการเดินทางทางทะเลทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น เกาะสีชังและหัวเมืองต่างๆชายฝั่งทะเลตะวันออกเริ่มมีบทบาทใหม่ในฐานะสถานที่พักผ่อนตากอากาศ อันเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางเพื่อเปลี่ยนอากาศ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพจากโรคภัยต่างๆ และเพื่อพักผ่อนจากหน้าที่การงานอันเป็นค่านิยมใหม่ที่ได้รับมาจากอิทธิพลของชาวตะวันตก
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเกาะสีชังโดยเรือกลไฟสยามอรสุมพล ซึ่งนับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จประพาสเกาะสีชัง ทรงมีพระราชดำรัสสรรเสริญเกาะสีชังว่า เป็นที่มีอากาศดี ผู้ที่อยู่ที่เกาะสีชังนี้จึงอายุยืน ไม่ค่อยมีโรคภัยเบียดเบียน จึงได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสเกาะสีชังอยู่เนืองๆ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ก็โดยเสด็จด้วย
        เกาะสีชังในสมัยรัชกาลที่ ๔ ยังมีประชาชนอาศัยอยู่ไม่มากนัก ด้วยเพิ่งจะเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยกันไม่กี่ครัวเรือน โดยมียายเสม ผู้มีอายุมากเป็นผู้ใหญ่ที่ชาวเกาะนับถือดูแลปกครอง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานสัญญาบัตรแต่งตั้ง ยายเสมให้เป็น ท้าวคีรีรักษา บังคับบัญชาลูกบ้านทั้งปวงที่อยู่ในเกาะสีชัง นอกจากนี้ยังทรงปฏิสังขรณ์พระอาราม ซึ่งชาวบ้านสร้างขึ้นไว้บนเขาปลายแหลมวัง สร้าง
โบสถ์สามห้องหลังหนึ่ง เก๋งหน้าโบสถ์ การเปรียญ กุฎีสองสามห้อง โดยเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) เป็นแม่กอง แต่มิได้พระราชทานชื่อพระอารามแต่อย่างใด ยังคงเรียกว่าวัดเกาะสีชังเช่นเดิมและสร้างบ่อน้ำให้กับชาวเกาะสีชัง นอกจากนี้เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) ยังปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ของขุนสมุทรที่ชื่อหยั่งอีกด้วย


กลับ