วัดอัษฎางคนิมิตร
หน้า 2


    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่อย่างมากปีละ 11 รูป โดยปกติจะมีประมาณปีละ 5-6 รูปเท่านั้น แต่ในบางปีมีพระสงฆ์เพียงรูปเดียวจนถึงไม่มีเลย ต้องนิมนต์พระจากวัดบางพระมาจำพรรษาก็มี วัดเกาะสีชังนี้ตั้งอยู่ที่ปลายแหลมติดต่อกับเขตที่ทางราชการได้สร้างบ้านพักไว้ให้ฝรั่งเช่าเพื่อพักผ่อน ด้วยมีเรือสินค้าเข้ามาจอดขนถ่ายสินค้าที่เกาะสีชังเป็นจำนวนมาก สำหรับคนทั่วไปที่ไปพักผ่อน หรือไปพักรักษาตัวที่เกาะสีชังยังไม่มีที่พักอาศัย ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้วัดเกาะสีชังเป็นที่พำนักอาศัย หรือแม้บรรดาเจ้านาย ตลอดจนข้าราชการผู้ที่ตามเสด็จฯ มายังเกาะสีชังก็มักจะพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับวัดเกาะสีชัง ด้วยเหตุดังกล่าวบริเวณวัดเกาะสีชังจึงเป็นที่พลุกพล่านไปด้วยบุคคลทั่วไป ไม่เหมาะสำหรับพระสงฆ์ ซึ่งโดยสมณวิสัยแล้วต้องการความสงบวิเวก พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริว่า สถานที่ตั้งพระอารามเดิมซึ่งตั้งอยู่ที่ปลายแหลมเป็นสถานที่ใกล้กับที่ซึ่งเสด็จฯประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินก็ดี หรือในเวลาที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ หรือเจ้านายพระองค์อื่นเสด็จฯมารักษาพระองค์ก็ดี หรือแม้ฝรั่งที่มาพักผ่อนตากอากาศก็ดี มักจะเข้าไปอาศัยอยู่ในพระอารามตามศาลาการเปรียญบ้าง ในกุฏิสงฆ์บ้างทำให้เกิดความพลุกพล่าน ไม่เป็นที่สงบสำหรับพระสงฆ์ที่จะพำนักอยู่เพื่อบำเพ็ญศาสนกิจให้เกิดประโยชน์ ได้สมบูรณ์ จึงมีพระราชดำริที่จะสร้าง พระอารามเปลี่ยนถวายใหม่ พระอารามที่จะสร้างถวายใหม่นี้อยู่ใกล้เนินเขาระหว่างถนนวชิรุณหิศ กับถนน พระจุลจอมเกล้า ใกล้กับบ่ออัษฎางค์
    เมื่อได้ทรงเลือกทำเล ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการสร้างพระอารามแห่งใหม่แล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้ปักหลักเขียนฉลากประกาศพระราชประสงค์ไว้ แล้วโปรดเกล้าฯให้จ้างเหมาช่างมาสร้าง พระเจดีย์อุโบสถ ซึ่งได้แก่ พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร เมื่อการก่อสร้างพระอารามเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงโปรดเกล้าฯให้อาราธนาพระสงฆ์มาประชุม ณ พระเจดีย์อุโบสถทรงถวายประกาศพระราชทานที่เขต พระอุโบสถ เป็นที่วิสุงคามสีมา ในวันที่ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2435 ณ พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร
    ลักษณะทางสถาปัตยกรรม : พระเจดีย์อุโบสถ เป็นพระอุโบสถที่มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น คือเป็นพระอุโบสถที่มีพระเจดีย์อยู่ด้านบนเป็นหลังคา ลักษณะเป็นพระอุโบสถรูปกลม หลังคาแบน มีเจดีย์กลมซ้อนอยู่ข้างบน ก่ออิฐถือปูน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 วา ด้านตะวันออกมีมุขสี่เหลี่ยม กว้าง 1 วา 2 ศอก ยาว 1 วา 3 ศอก หลังคาแบน ภายในพระอุโบสถเป็นโถงรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 วา 2 ศอก เพดานโค้งตามรูปเจดีย์ มีทางเดินกว้าง 1 วา โดยรอบพระอุโบสถ มีประตูทางเข้า 2 ประตู ด้านทิศตะวันออก 1 ประตู ด้านทิศตะวันตก 1 ประตู ตรงข้ามกัน มีหน้าต่าง รวม 14 บาน ทั้งประตูและหน้าต่างทำเป็นรูปโค้ง ยอดแหลมแบบโกธิก พร้อมช่องแสงโค้งติดกระจก หน้าต่างและประตูเป็นบานไม้สัก ที่ส่วนฐานของ พระเจดีย์ซึ่งเป็นเพดานพระอุโบสถ มีช่องแสงรูปกลมทั้ง 8 ทิศ มีช่องแสงรูปกลมที่ส่วนกลางเจดีย์ 8 ช่องและที่ส่วนคอเจดีย์อีก 4 ช่อง มีประตูทางเข้าที่มุขด้านทิศเหนือและทิศใต้ด้านละ 9 ประตู และด้านตะวันออกมีหน้าต่างด้านละ 1 ช่อง กำแพงพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน ภายนอกเซาะร่องตามแนวนอน มีบัวส่วนฐานและยอดพระเจดีย์จากพื้นถึงส่วนยอดสูงประมาณ 8 วา พื้นปูแผ่นหินอ่อนสีขาวสลับดำ มีลานโดยรอบรูปกลมยกเป็นแท่นสูงทำเป็นเฉลียงกว้างประมาณ 5 วา มีลูกกรงกระเบื้องดินเผาเคลือบโดยรอบ มีบันไดขึ้น 3 ทางบริเวณลานก่อขอบอิฐถือปูนสำหรับปลูกต้นไม้ มีทั้งรูปกลมและรูปกลีบดอกไม้ 4 กลีบบนราวลูกกรงตั้งศิลาจารึกคำสอนในพระพุทธศาสนา 8 หลัก แทนเสมา
    สภาพปัจจุบัน
    ปัจจุบันบริเวณลานพระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร มีการตั้งแท่นกระจกคัดลอกคำสอนทางพุทธศาสนา ของศิลาจารึกทั้ง 8 หลักที่ตั้งอยู่บนราวลูกกรง เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถอ่านคำสอนทางพุทธศาสนาทั้ง 8 หลักได้สะดวก โดยตั้งอยู่หน้าศิลาจารึกทั้ง 8 หลัก


 
กลับ